About panettone

Here are my most recent posts

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก.

รายการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. มีชื่อเดิมว่า การแข่งขันฟุตบอลถ้วยใหญ่ การแข่งขันรายการนี้เป็นการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานระดับชั้นที่ 1 ของไทย เริ่มมีการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2459 ต่อมาในปี พ.ศ. 2506 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้เปลี่ยนชื่อการแข่งขัน จาก ฟุตบอลถ้วยใหญ่ เป็น ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เปลี่ยนตามแบบการแข่งขันฟุตบอลของประเทศอังกฤษ

เนื่องจากสมาคมฟุตบอลได้มีวัตถุประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงการแข่งขันฟุตบอลให้เป็นแบบอาชีพมากขึ้น จึงได้เริ่มมีการจัดการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกขึ้น ในปี พ.ศ. 2539 และได้ปรับปรุงให้การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. เป็นการแข่งขันกันระหว่าง ทีมชนะเลิศ และ ทีมรองชนะเลิศ ของการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2553 สมาคมฟุตบอลได้เริ่มจัดให้มีการแข่งขัน ไทยเอฟเอคัพ โดยเป็นการแข่งขันระหว่างทีมชนะเลิศไทยพรีเมียร์ลีกกับทีมชนะเลิศไทยเอฟเอคัพ ซึ่งการแข่งขันนี้จะเป็นการแข่งขันก่อนเปิดฤดูกาล ส่วนการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ข., ค. และ ง. จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลประจำฤดูกาล ในระดับชั้นรองลงมาของโซนกรุงเทพฯ ทีมชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ข. จะได้เลื่อนชั้นไปเล่นในลีก ดิวิชั่น 2 ของโซนกรุงเทพฯ

สมาคมฟุตบอลได้ตัดสินใจยุบการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ข., ค. และ ง. ในปี พ.ศ. 2559 โดยรวมการแข่งขันจากฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน เป็นการแข่งขัน ไทยลีก อเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์ ส่วนถ้วยพระราชทานประเภท ก.  ได้ถูกโอนไปเป็นถ้วยสำหรับการแข่งขันไทยลีก ถ้วยพระราชทาน ประเภท ข. เป็นถ้วยสำหรับทีมชนะเลิศรายการ ไทยลีก 2 ถ้วยพระราชทาน ประเภท ค. เป็นถ้วยสำหรับทีมชนะเลิศรายการ ไทยลีก 4 และถ้วยพระราชทาน ประเภท ง. เป็นถ้วยสำหรับทีมชนะเลิศ ไทยลีก อเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. ยังคงเป็นรูปแบบเดิม คือ ทีมแชมป์ลีกจะแข่งขันกับทีมแชมป์เอฟเอคัพ และชื่อการแข่งขันและถ้วยรางวัลได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ

ราชชื่อสโมสรฟุตบอลที่ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-2559 มีดังนี้

  1. การแข่งขันครั้งที่ 75 ปีพ.ศ. 2553 สโมสรฟุตบอลเมืองทอง ยูไนเต็ด
  2. การแข่งขันครั้งที่ 76 ปีพ.ศ. 2554 สโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟซี
  3. การแข่งขันครั้งที่ 77 ปีพ.ศ. 2555 สโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟซี
  4. การแข่งขันครั้งที่ 78 ปีพ.ศ. 2556 สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  5. การแข่งขันครั้งที่ 79 ปีพ.ศ. 2557 สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  6. การแข่งขันครั้งที่ 80 ปีพ.ศ. 2558 สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  7. การแข่งขันครั้งที่ 81 ปีพ.ศ. 2559 สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 …

คุ้มทั้งนั้น!! สิ่งที่หงส์แดงจะได้ หากซื้อเกอิต้า

นาบี้ เกอิต้าคนนี้คือดีลที่คล็อปป์ต้องการ กุนซือเยอรมันชื่นชอบฝีเท้ากองกลางรายนี้เป็นอย่างมากแต่ไลป์ซิกต้นสังกัดก็ไม่อยากปล่อย เลยมีข่าวว่าหงส์แดงพร้อมทุ่มเงิน 50 ล้านปอนด์เพื่อห้องเครื่องทีมชาติกินีผู้นี้  แล้วถ้าหงส์แดงจ่ายครึ่งร้อยล้านปอนด์จริงๆ เราจะได้อะไรบ้าง !!!!

1.หงส์แดงจะได้ “ก็องเต้” อีกคนเข้าสู่ทีม

กองกลางร่างเล็กผู้นี้คือหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ไลป์ซิก ขึ้นมาผงาดต่อสู่กับทีมยักษ์ใหญ่ในเยอรมันได้แบบไม่ต้องกลัวหน้าไหน และจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์พวกเขาเป็นรองแค่เพียงบาเยิร์นฯทีมแชมป์เท่านั้น เกอิต้าคือแข้งที่เชี่ยวชาญเกมรับ เขามีจำนวนการแย่งบอลสำเร็จ 4 ครั้งต่อ 1 เกม สกัดบอล 2.5 ครั้งต่อ 1 เกม ทั้งยังวิ่งพล่านได้ทั่วสนามแบบไม่รู้เหน็ดเหนื่อย มันเป็นสาเหตุที่ใครๆยกให้เขาเป็น “กองเต้แห่งบุนเดสลีกา”

2.หงส์แดงจะได้ “ก็องเต้” ที่ถนัดเกมรุกด้วย

แม้ร่างกาย ตลอดจนความแข็งแกร่ง อาจจะดูด้อยกว่า เอ็นโกโล ก็องเต้ แต่เกอิต้า ก็มีสิ่งหนึ่งเข้ามาทนแทนข้อด้อยนั้นคือเขาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับสมัยใหม่ ที่สามารถเล่นเกมรุกได้ดี ยิงประตูได้คม จากสถิติ 8 ประตู จากการลงเล่นแค่ 32 นัด แถมสกิลการยิงจากแถว 2 ก็ไว้ใจได้

3.หงส์แดงจะได้นักเตะจอมแอสซิสอีกคน

นอกจากทักษะการแย่งบอล การจบสกอร์แล้วเกอิต้า ถือเป็นนักเตะจอมแอสซิสอีกหนึ่งคน   7 แอสซิสจากการลงสนาม 32 เกม ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว ( ไวจ์นัลดุม 9 แอสซิส,ชาน 2 แอสซิส,ลัลลาน่า 7 แอสซิส)และนอกจากนั้น เกอิต้ายังจัดเป็นห้องเครื่องจอมขึ้นเกมอีกด้วย โดยเขามีสถิติเลี้ยงบอลขึ้นหน้า ผ่านคู่ต่อสู้ 3 ครั้งต่อ 1 เกม

4.กลางหงส์แดงจะแน่นขึ้น

อย่างที่ทุกคนรู้กัน ลิเวอร์พูลมีิมิดฟิลด์ตัวกลางหลายคนแต่ไม่มีสักคนจะถนัดเล่นเกมรับโดยแท้จริง โอเค กัปตันเฮนโด้ก็เล่นได้ แต่ก็ไม่เจนจัดในเรื่องตัดเกม ชานก็พอเล่นได้แข่งแกร่งดีแต่ก็ไม่ธรรมชาติ เทพลูคัสก็ขึ้นหิ้งแล้ว การได้ตัวเกอิต้าเข้ามา จะทำให้เกมรับของทีมสมดุลขึ้นมาก ปกติจากหนักไปทางผ่านบอล ทำเกมรุก ก็จะกลายเป็น ทั้งผ่านบอลเยี่ยม เกมรุกดี เกมรับก็ยังเด่น หมดปัญหาการโดนสวนกลับจนเสียประตูซะที

5.แบ่งเบาภาระ เฮนเดอร์สัน

จะเห็นได้ว่าตลอดฤดูกาล(ก่อนเจ็บ) กัปตันเฮนโด้ต้องโหมเล่นหนักจนต้องพักยาว เพราะไม่มีนักเตะที่จะมาแทนตำแหน่งเขาได้ ลูคัสก็ช้าไปเสียแล้ว ชานก็ยังไว้ใจมากไม่ได้ การได้มิดฟิดล์ไลป์ซิกเข้ามา จะเป็นการแบ่งเบาภาระของกัปตันทีมได้มากทั้งสามารถทดแทนตำแหน่งกันได้ เล่นร่วมกันก็ได้ โดยคนหนึ่งคุมเกมรับอีกคนคุมเกมรุก แถมเกอิต้ายังอายุแค่ 22 ปี หงส์แดงสามารถใช้งานแข้งผู้นี้ได้อีกยาวนาน

ประวัติทีม ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง

ทีมพญาอินทรี หรือสโมสรฟุตบอลไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เป็นสโมสรฟุตบอลแรกในกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ลงแข่งในรายการ ไทยพรีเมียร์ลีก มีบริษัท พญาอินทรี ลาดกระบัง จำกัด เป็นเจ้าของ และมี คุณอดิเรก ไกรเทพ เป็นประธานสโมสร นอกจากนี้ สโมสรยังได้ คุณศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย มาเป็นผู้ฝึกสอนให้กับสโมสรอีกด้วย สโมสรไทยฮอนด้าได้มีการก่อตั้งสโมสรในปี พ.ศ. 2538 เป็นชมรมฟุตบอลที่มีกิจกรรมหลัก 2 เรื่องคือ

  1. ดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลภายใน ซึ่งในการแข่งขันนี้มีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันประมาณ 20 ทีม ต่อปี
  2. ดำเนินการส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขัน ฟุตบอลอุตสาหกรรมสมุทรปราการ ซึ่งผลงานในการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน มีดังนี้
  • ปี พ.ศ. 2538 ได้เป็นทีมรองชนะเลิศ
  • ปี พ.ศ. 2539 ได้เป็นทีมรองชนะเลิศ
  • ปี พ.ศ. 2540 เป็นทีมชนะเลิศ
  • ปี พ.ศ. 2541 เป็นทีมอันดับ 3
  • ปี พ.ศ. 2542 เป็นทีมชนะเลิศ
  • ปี พ.ศ. 2543 เป็นทีมชนะเลิศ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 บริษัทไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง ได้มีแนวคิดและวัตถุประสงค์ที่จะก่อตั้งสมาคมกีฬา โดยในการก่อตั้งนี้มีเป้าหมาย คือ

  1. ในปี พ.ศ. 2548 ทีมไทยฮอนด้า จะต้องเป็นทีมที่อยู่ใน ไทยลีก และในปี พ.ศ. 2548 ทีมก็ได้เล่นในการแข่งขัน ไทยพรีเมียร์ลีก ตามที่สมาคมได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้
  2. ทีมไทยฮอนด้าจะเป็นทีมแรกในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ไทยลีก
  3. ดำเนินการจัด HONDA CLINIC FOOTBALL ให้กับเยาวชนทั่วประเทศ

ผลงานในแต่ละฤดูกาลของสโมสรฟุตบอล ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง มีดังนี้

  1. ปี พ.ศ. 2545 เป็นทีมรองชนะเลิศ ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ง.
  2. ปี พ.ศ. 2546 ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ค.
  3. ปี พ.ศ. 2547 ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ข.
  4. ปี พ.ศ. 2548 เป็นทีมอันดับ 2 ในการแข่งขัน ไทยลีก ดิวิชั่น 1
  5. ปี พ.ศ. 2549 เป็นทีมอันดับ 11 ในการแข่งขัน ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก
  6. ปี พ.ศ. 2550 เป็นทีมอันดับ 14 ในการแข่งขัน ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก
  7. ปี พ.ศ. 2551 เป็นทีมอันดับ 13 ในการแข่งขัน ไทยลีก ดิวิชั่น 1
  8. ปี พ.ศ. 2552 เป็นทีมอันดับ 11 ในการแข่งขัน ไทยลีก ดิวิชั่น 1
  9. ปี พ.ศ. 2553 เป็นทีมอันดับ 8 ในการแข่งขัน ไทยลีก ดิวิชั่น 1
  10. ปี พ.ศ. 2554 เป็นทีม อันดับ 18 ในการแข่งขัน ไทยลีก ดิวิชั่น 1
  11. ปี พ.ศ. 2555 เป็นทีมอันดับ 1 โซนกรุงเทพ ในการแข่งขัน ไทยลีก ดิวิชั่น 2
  12. ปี พ.ศ. 2556 เป็นทีมอันดับ 5 โซนกรุงเทพ ในการแข่งขัน ไทยลีก ดิวิชั่น 2
  13. ปี พ.ศ. 2557 เป็นทีมอันดับ 1 โซนกรุงเทพ ในการแข่งขัน ไทยลีก ดิวิชั่น 2
  14. ปี พ.ศ. 2558 เป็นทีมอันดับ 6 ในการแข่งขัน ไทยลีก ดิวิชั่น 1
  15. ปี พ.ศ. 2559 เป็นทีมชนะเลิศในการแข่งขัน ไทยลีก ดิวิชั่น 1

 …

การแข่งขัน ไทยลีก 4

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้มีมติในที่ประชุมเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2258 ให้จัดตั้ง บริษัท ลีก ภูมิภาคไทย จำกัด ขึ้นเพื่อบริหารจัดการ การแข่งขันฟุตบอล ไทยลีก 4 ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 4 นี้ เป็นการแข่งขันฟุตบอลอาชีพระดับชั้นที่ 4 ของไทย การแข่งขันนั้นจะมีการแบ่งโซนการแข่งขันออกเป็น 6 โซน โดยทีมที่ชนะเลิศกับทีมรองชนะเลิศของแต่ละโซนภูมิภาคจะได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขันแชมเปียนส์ลีก ในรอบเพลย์ออฟ เพื่อคัดเลือกทีม 3 อันดับแรกให้เข้าไปเล่นใน ไทยลีก 3 ของฤดูกาลถัดไป และทีมใดที่ได้เป็นอันดับสุดท้ายจะไม่มีการตกชั้นแต่จะต้องพักทีมในฤดูกาลปัจจุบัน

ชื่อรายการแข่งขัน ไทยลีก 4 นี้ มีประวัติการเปลี่ยนชื่อรายการ ดังนี้

  1. ปี พ.ศ. 2549 – 2551 ชื่อรายการแข่งขัน คือ ไทยแลนด์ลีกดิวิชั่น 2
  2. ปี พ.ศ. 2552 ชื่อรายการแข่งขัน คือ ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2
  3. ปี พ.ศ. 2553 – 2558 ชื่อรายการแข่งขัน คือ เอไอเอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น มี บริษัท เอไอเอส เป็นผู้สนับสนุนหลัก
  4. ปี พ.ศ. 2559 ชื่อรายการแข่งขัน คือ เอไอเอสลีก ดิวิชั่น 2
  5. ปี พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบัน ชื่อรายการแข่งขัน คือ ยูโร่เค้กลีก มีบริษัท ยูโร่เค้ก เป็นผู้สนับสนุนหลัก

การแข่งขัน ไทยลีก 4 มีทีมที่ชนะเลิศในฤดูกาลต่างๆ ดังนี้

  1. ฤดูกาล 2549 มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 10 ทีม ทีมชนะเลิศ คือ ทีมจุฬาฯ-สินธนา
  2. ฤดูกาล 2550 มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 12 ทีม ทีมชนะเลิศ คือ ทีมเมืองทอง-หนองจอก
  3. ฤดูกาล 2551 มีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 22 ทีม ทีมชนะเลิศ คือ ทีมเทศบาลเมืองปราจิณ
  4. ฤดูกาล 2552 มีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 52 ทีม ทีมชนะเลิศ คือ ทีมราชประชา-นนทบุรี
  5. ฤดูกาล 2553 มีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 75 ทีม ทีมชนะเลิศ คือ ทีมสงขลา ยูไนต็ด
  6. ฤดูกาล 2554 มีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 77 ทีมทีมชนะเลิศ คือ ทีมราชบุรี เอฟซี
  7. ฤดูกาล 2555 มีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 81 ทีม ทีมชนะเลิศ คือ ทีมอยุธยา เอฟซี
  8. ฤดูกาล 2556 มีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 84 ทีม ทีมชนะเลิศ คือ ทีมร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด
  9. ฤดูกาล 2557 มีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 83 ทีม ทีมชนะเลิศ คือ ทีมประจวบ เอฟซี
  10. ฤดูกาล 2558 มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 83 ทีม ทีมชนะเลิศ คือ ทีมอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด
  11. ฤดูกาล 2559 มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 94 ทีม ทีมที่ชนะเลิศในฤดูกาลนี้ มีทั้งหมด 4 ทีมด้วยกัน คือทีมตราด เอฟซี, ทีม ม.เกษตรศาสตร์, ทีมสุราษฎร์ ยูไนเต็ด และทีมหนองบัว พิชญ เอฟซี ครองแชมป์ร่วมกัน

การแข่งขันฟุตบอล ไทยลีก 2

ไทยลีก 2 เป็นการแข่งขันฟุตบอลในระดับชั้นที่ 2 ของไทย เริ่มมีการแข่งขันตั้งแต่ฤดูกาล 2553 โดยมีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 18 ทีม ทีมที่ได้เป็นทีมชนะเลิศ, รองชนะเลิศ และทีมอันดับที่ 3 ในแต่ละฤดูกาล จะได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นใน ไทยลีก ฤดูกาลถัดไป ส่วนทีม 3 อันดับสุดท้ายของรายการจะตกชั้นไปเล่นใน ไทยลีก 3

การแข่งขันฟุตบอล ไทยลีก 2 นี้ ได้ บริษัทไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด เป็นผู้สนับสนุนหลักตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ทำให้ชื่อการแข่งขันถูกเรียกว่า ยามาฮ่า ลีกดิวิชั่น 1 ต่อมาในวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น ไทยลีก 2 และต่อมาเมื่อทางบริษัทโอสถสภา ได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักแทน ทำให้ ชื่อการแข่งขันจึงถูกเปลี่ยนเป็น ไทยลีก 2 เอ็ม-150 แชมเปียนชิป

ในแต่ละฤดูกาล มีผลการแข่งขันดังนี้

  1. ปี พ.ศ. 2540 สโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงไทย เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรโอสถสภา เป็นทีมรองชนะเลิศ
  2. ปี พ.ศ. 2541 สโมสรธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรอัสสัมชัญ ศรีราชา-สันนิบาต สมุทรปราการ เป็นทีมรองชนะเลิศ
  3. ปี พ.ศ. 2542 สโมสรตำรวจ เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรราชนาวี เป็นทีมรองชนะเลิศ
  4. ปี พ.ศ. 2543 สโมสรพนักงานยาสูบ เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรกรุงเทพคริสเตียน เป็นทีมรองชนะเลิศ
  5. ปี พ.ศ. 2544-2545 สโมสรกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรธนาคารทหารไทย เป็นทีมรองชนะเลิศ
  6. ปี พ.ศ. 2545-2546 สโมสรมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรราชนาวี เป็นทีมรองชนะเลิศ
  7. ปี พ.ศ. 2546-2547 สโมสรทีโอที เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นทีมรองชนะเลิศ
  8. ปี พ.ศ. 2547-2548 สโมสรทหารบก เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรไทยฮอนด้า เป็นทีมรองชนะเลิศ
  9. ปี พ.ศ. 2549 สโมสรตำรวจเป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรราชนาวี เป็นทีมรองชนะเลิศ
  10. ปี พ.ศ. 2550 สโมสรศุลกากร เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรจุฬาฯ-สินธนา เป็นทีมรองชนะเลิศ
  11. ปี พ.ศ. 2551 สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรศรีราชา-สันนิบาต เป็นทีมรองชนะเลิศ
  12. ปี พ.ศ. 2552 สโมสรเพื่อนตำรวจ เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรทหารบก เป็นทีมรองชนะเลิศ
  13. ปี พ.ศ. 2553 สโมสรศรีราชา เอฟซี เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรขอนแก่น เอฟซี เป็นทีมรองชนะเลิศ
  14. ปี พ.ศ. 2554 สโมสรบุรีรัมย์ เอฟซี เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรชัยนาท เอฟซี เป็นทีมรองชนะเลิศ
  15. ปี พ.ศ. 2555 สโมสรราชบุรี มิตรผล เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี เป็นทีมรองชนะเลิศ
  16. ปี พ.ศ. 2556 สโมสรแอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรสิงห์ท่าเรือ เป็นทีมรองชนะเลิศ
  17. ปี พ.ศ. 2557 สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรกัลฟ์ สระบุรี เอฟซี เป็นทีมรองชนะเลิศ
  18. ปี พ.ศ. 2558 สโมสรเพื่อนตำรวจ เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด เป็นทีมรองชนะเลิศ
  19. ปี พ.ศ. 2559 สโมสรไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี เป็นทีมชนะเลิศ และ สโมสรอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด เป็นทีมรองชนะเลิศ

 …

ประวัติสโมสรฟุตบอลราชนาวี

ทีม ตะหานน้ำ หรือสโมสรฟุตบอลราชนาวี เป็นสโมสรที่ได้แข่งขันอยู่ใน ไทยพรีเมียร์ลีก มี พลเรือเอก รังสฤษฏ์ สัตยานุกูล เป็นประธานสโมสร และมี คุณสมชาย ชวยบุญชม เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน สโมสรฟุตบอลราชนาวี ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2499 แต่เนื่องด้วยสโมสรราชนาวีขาดแคลนงบประมาณในการดึงตัวนักเตะที่ฝีมือดี มาร่วมทีม จึงทำให้ต้องใช้นักเตะที่เป็นทหารอาชีพลงแข่ง ส่งผลให้ผลงานของทีมไม่คงที่ ได้เลื่อนชั้นบ้าง ตกชั้นบ้าง แต่ทั้งนี้ สโมสรราชนาวีเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยพระราชทานควีนส์คัพครั้งที่ 32 ในปี พ.ศ. 2549 มาแล้ว

ถึงแม้ว่าสโมสรราชนาวีจะไม่มีนักเตะที่มีชื่อเสียง แถมผลงานยังอยู่ในระดับท้ายตารางแต่ทว่ารายได้ของสโมสร ในปี พ.ศ. 2552 กลับสูงมากอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งรายได้นั้น เป็นรองทีมเมืองทอง หนองจอก ทีมเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ เป็นผลจากการเข้ามาจัดการทีมของ คุณกมล สุวรรณเจริญ ที่ได้จัดให้มีระบบเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง รวมถึงการประชาสัมพันธ์ ให้กับทีมราชนาวี

ปี พ.ศ. 2558 สโมสรราชนาวี ได้ บริษัท เอช อาร์ โปรเฟสชั่นแนล คอนซัลติ้ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด มาเป็นผู้สนับสนุนหลัก โดยคุณสมฤทธิ์ ศรีทองดี ประธานกรรมการ ได้กล่าวถึงสโมสรราชนาวี ว่า ทีมราชนาวีมีดีและเชื่อมั่นว่าทีมจะสามารถสู้ศึกไทยพรีเมียร์ลีกได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ บริษัท เอช อาร์ โปรเฟสชั่นแนล คอนซัลติ้ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนให้ปีละ 30 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งผลงานในฤดูกาล 2015 สโมสรยังสามารถอยู่ในไทยพรีเมียร์ลีกได้ ส่วนผลงานในฤดูกาล 2016 สโมสรยังมีอันดับอยู่กลุ่มบนของตาราง และในฤดูกาล 2017 สโมสรก็ยังมีโอกาสประสบความสำเร็จ

ผลงานของสโมสรในแต่ละฤดูกาล มีดังนี้

  1. ฤดูกาล 2539 เป็นทีมอันดับ 9 ในไทยลีก
  2. ฤดูกาล 2540 เป็นทีมอันดับ 12 ในไทยลีก
  3. ฤดูกาล 2541 ตกชั้นไปเล่นใน ไทยลีก ดิวิชั่น 1
  4. ฤดูกาล 2542 เป็นทีมอันดับ 2 ในไทยลีก ดิวิชั่น 1
  5. ฤดูกาล 2543 เป็นทีมอันดับ 6 ในไทยลีก
  6. ฤดูกาล 2544-2545 เป็นทีมอันดับ 10 ในไทยลีก
  7. ฤดูกาล 2546-2547 เป็นทีมอันดับ 7 ในไทยลีก
  8. ฤดูกาล 2547-2548 เป็นทีมอันดับ 10 ในไทยลีก
  9. ฤดูกาล 2549 เป็นทีมอันดับ 2 ในไทยลีก ดิวิชั่น 1
  10. ฤดูกาล 2550 เป็นทีมอันดับ 15 ในไทยลีก
  11. ฤดูกาล 2551 เป็นทีมอันดับ 3 ในไทยลีก ดิวิชั่น 1
  12. ฤดูกาล 2552 เป็นทีมอันดับ 12 ในไทยพรีเมียร์ลีก
  13. ฤดูกาล 2553 เป็นทีมอันดับ 11 ในไทยพรีเมียร์ลีก
  14. ฤดูกาล 2554 เป็นทีมอันดับ 16 ในไทยพรีเมียร์ลีก
  15. ฤดูกาล 2555 เป็นทีมอันดับ 7 ในไทยลีก ดิวิชั่น 1
  16. ฤดูกาล 2556 เป็นทีมอันดับ 10 ในไทยลีก ดิวิชั่น 1
  17. ฤดูกาล 2557 เป็นทีมอันดับ 3 ในไทยลีก ดิวิชั่น 1
  18. ฤดูกาล 2558 เป็นทีมอันดับ 15 ในไทยพรีเมียร์ลีก
  19. ฤดูกาล 2559 เป็นทีมอันดับ 14 ในไทยพรีเมียร์ลีก

เรียนเก่งก็ได้ เป็นนักฟุตบอลก็ดี

นักฟุตบอลมีอยู่มากมายหลายคนในวงการลูกหนัง แต่จะมีนักเตะสักกี่คน ที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเรียน หรือผลงานทางด้านฟุตบอล ซึ่งในบรรดานักเตะเห่านี้จะมีใครที่เก่งทั้ง2ด้านกันบ้าง ไปดูกันเลย

นักเตะคนนี้เป็นนักเตะที่เล่นกับสโมสรเยอรมัน เขาคือ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์   ซึ่งเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงอยู่พอสมควร เขาเคยสร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้แฟนบอลไม่มีวันลืม นั้นก็คือ การทำประตูของเขา ในครั้งนั้นประตูที่เขายิงได้ ทำให้ทีมเยอรมัน คว้าแชมป์ในรายการยูโรมาครองได้สำเร็จ ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังมากขึ้น  ไม่เพียงเท่านั้น ภูมิหลังด้านครอบครัวของเขาเรียกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว  เพราะคุณพ่อของเขามีธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ร่ำรวยมาก เขาจึงเลือกทีจะเรียนในด้านเศรษฐศาสตร์เพื่อกับมาช่วยงานของครอบครัว ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ทิ้งอาชีพนักเตะที่เขารัก  ซึ่งเขาก็สามารถทำทั้ง2 อย่างได้ดีในเวลาเดียวกัน  จนกระทั่งเรียนจบในเวลาที่กำหนดและมีใบปริญญามาให้คุณพ่อคุณแม่ได้ชื่นใจ เขาได้ชื่อว่า เป็นคนที่สมบูรณ์แบบโดยแท้ ไม่ว่าจะในเรื่องฐานะความเป็นอยู่ ความเก่งทั้งการเรียนและในด้านกีฬา  ยังมีคนเตะคนเก่งที่มีความสามารถที่ไม่ธรรมดา เขาคนนี้เป็นนักเตะที่เล่นอยู่ในสโมสร นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในฐานะผู้รักษาประตูนั่นเอง  เขาเป็นนักเตะที่เรียนเก่งมาก จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยโฮเวิร์ด ความเก่งของเขายังไม่จบเพียงเท่านี้ เขาเคยทำงานอยู่ในองศ์กรระดับโลก ทีใครๆก็ต่างก็ใฝ่ฝันที่อยากจะเข้าไปร่วมงานด้วยทั้งนั้น ก็คือ องค์กรนาซ่า ในการค้นค้นในเรื่องของอวกาศและการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ ความเก่งที่เหนือระดับของนักเตะคนเก่งคนนี้จะมีมากแค่ไหนก็ตาม แต่  คนต่อมา เป็นนักเตะดีกรีคุณหมอ ซึ่งเขาเป็นคนที่เรียนเก่งมาตั้งแต่เด็กเขาคือ แฟรงค์ แลมพาร์ด ซึ่งเท่าที่ทราบกันดีนั้น ในการเป็นการเรียนแพทย์ เป็นอะไรที่เครียดมาก แฟรงค์จึงคลายเครียดด้วยการเล่นกีฬาและฟุตบอลเป็นกีฬาที่แฟรงค์ชอบมาก ซึ่งเขาเล่นได้ดีมาก จนทำให้ได้เป็นนักฟุตบอลอย่างเต็มตัว เมื่อเรียนจบแพทย์ ก็ได้ฉายาคุณหมอนักเตะ ที่มีแฟนบอลแลคนไข้ต่างก็ชื่นชอบในตัวเขาเป็นอันมาก

พวกเขาคือตัวอย่างของนักเตะรุ่นใหม่ ที่มีดีกรีความสามารถที่ไม่เป็นรองใคร ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม เมื่อเป็นนักเรียนก็ทำผลงานได้ดี ตั้งใจและขยัน และเมื่อเป็นนักฟุตบอลก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน ติดตามรับชมผลงานของทีมฟุตบอลที่คุณชื่นชอบได้ทาง sbobet และ ทางเข้า sbo

จอห์นสันและฟิลิปโป้ ขึ้นแท่นนักเตะที่เรียนดี

การเรียนเก่ง เป็นสิ่งดีที่น่าชื่นชม โดยเฉพาะนักกีฬาที่นอกจากจะเล่นกีฬาเก่งแล้ว ยังเรียนเก่งมากอีกด้วย  เรียกได้ว่า เป็นคนเก่งโดยสมบูรณ์เลยทีเดียว ซึ่งจอห์นสันและฟิลิปโป้ก็ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นทั้งนักเตะและนักเรียนที่ดีอีกด้วย

เกล็น จอห์นสัน เขาเป็นนักฟุตบอล เล่นในตำแหน่งปีกขวาในทีมชาติอังกฤษ และเขาสามารถลงเล่นในสนามให้กับทีมฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ทีมสิงโตน้ำเงิน และ ทีมหงษ์แดง ซึ่งในอดีตเขาเคยได้ได้รับคำชื่นชมในความเก่งของเขาในวิชาคณิตศาสตร์ ที่คะแนนสอบในวิชานี้ เขาไม่เคยเป็นรองใคร จนกระทั่งเขาได้มาเป็นนักกีฬาฟุตบอลก่อน ทำให้เขาไม่ได้เป็นนักคณิตศาสตร์อย่างที่เคยตั้งใจไว้ในตอนแรก เมื่อตอนเด็กๆเขาเคยมีความใฝ่ฝันว่าจะโตขึ้นมาเป็นนักคณิตศาสตร์ แต่โชคชะตากลับพลิกผันทำให้เขาเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียง ซึ่งเคยมีบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับชีวิตของ เกล็น จอห์นสัน ว่าเขาเป็นคนที่มีรักคณิตศาสตร์เต็มหัวใจ และรักในการเป็นนักฟุตบอลโดยจิตวิญญาณ เขาจึงเลือกการเป็นนักฟุตบอลมากกว่านั่นเอง ซึ่งการเดินทางในเส้นทางนี้ ทำให้เขามีความสุขอย่างมาก จะยอมรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทุกวันและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา ถึงแม้ว่าวันนี้เขาจะไม่ได้เป็นนกคณิตศาสตร์อย่างที่เคยฝันไว้ตอนเด็ก แต่เขาก็ชื่นชอบในการเป็นนักฟุตบอลมาก และมีความสุขกับอาชีพนี้อยู่ทุกวัน  และคนต่อมาที่เรากำลังจะกล่าวถึงนั้น เขาเป็นนักฟุตบอลที่เล่นให้กับทีมชื่อดังมาแล้วเช่นเดียวกัน เขาคือ ฟิลิปโป้ อินซากี้  เป็นนักเตะที่เล่นอยู่ในกองหน้า และเป็นนักเตะที่เก่งมาก จนทำให้เขาได้รับการคัดเลือกให้เป็นไปในระดับทีมชาติ และเขาก็ไม่เคยทิ้งการเรียนเลย เขาเรียนทางด้านการบัญชี ซึ่งดูจะเป็นสาขาที่ห่างไกลจากความเป็นนักเตะของเขาอยู่พอสมควร ซึ่งในขณะที่เขาเรียนอยู่นั้น เขาต้องแบ่งเวลาในด้านการเรียนและในด้านการฝึกซ้อมกีฬาอย่างมาก ในตอนนั้นเขาทั้งเรียนหนักและซ้อมหนักด้วย เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนเลยทีเดียว แต่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ และความเพียรพยายามของเขา ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียง พ่วงด้วยดีกรีการศึกษาในสาขาการบัญชี  ทุกวันนี้เขามีความสุขอย่างมากที่ทำความฝันของตัวเองสำเร็จ

การเป็นนักกีฬาไม่ใช่ข้ออ้างของการไม่เรียนหนังสือ ซึ่งนักฟุตบอลมืออาชีพ เขายังมีความอดทนและตั้งใจใจการทำผลงานออกมาได้เป็นอย่างดี ทั้งในด้านการเรียนและการเป็นนักเตะ  ซึ่งนักเตะทั้ง 2 คนนี้เป็นตัวอย่างให้กับนักเตะคนอื่นๆควรทำตามแบบอย่างกัน เข้าไปรับชมการแข่งขันฟุตบอลได้ที่ www.sbobet.com และ บอลออนไลน์

 …

ประวัติทีมการท่าเรือ

สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2510 โดยใช้ชื่อว่า สโมสรฟุตบอลการท่าเรือแห่งประเทศไทย มี พลตรี ประจวบ สุนทรางกูร เป็นนายกสโมสร และเป็นผู้สนับสนุนหลักที่สำคัญของทีม โดยทีมการท่าเรือได้เริ่มเข้ามาเล่นใน ไทยลีก ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2539 ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 สโมสรฟุตบอลการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้มีการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่และยังได้เปลี่ยนชื่อทีมเป็น สโมสรฟุตบอลการท่าเรือไทย เอฟซี มี นายพิเชฐ มั่นคง เป็นประธานสโมสร

ในปี พ.ศ. 2555 หลังจากที่การท่าเรือตกชั้นได้ไปเล่นใน ยามาฮ่าลีกวัน ก็ได้ทำการเปลี่ยนชื่อทีม จาก การท่าเรือไทย เอฟซี เป็น สโมสรฟุตบอลสิงห์ท่าเรือ เอฟซี นอกจากนี้ยังได้ทำการเปลี่ยนสต๊าฟโค้ชใหม่ทั้งหมดและยังได้ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง มาเป็นประธานกิตติมศักดิ์อีกด้วย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 หลังจบการแข่งขันฤดูกาล 2557 ก็ได้ทำการเปลี่ยนชื่อทีมอีกครั้ง เป็นชื่อ การท่าเรือ เอฟซี ในครั้งนี้ได้มีการจัดตั้งบริษัท การท่าเรือ เอฟซี จำกัด ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการ ในการเข้าร่วมแข่งขันฤดูกาล 2558 โดยมี พลเรือเอก อภิชาต เพ็งทองศรี เป็นทั้ง ประธานบริษัทและประธานสโมสร  มี พลเรือโท ชัชรินทร์ ชูศรี เป็นผู้จัดการทีม และ นายสมชาย ชวยบุญชุม รับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน

ในปี พ.ศ. 2558 คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ได้เข้ามาซื้อกิจการสโมสร และพร้อมทั้งได้เป็นประธานสโมสรแห่งนี้ นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนชื่อทีม เป็น สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เมืองไทยประกันภัย เอฟซี และได้มีการเปลี่ยนโลโก้ของสโมสรและตั้งฉายาใหม่เป็น อาชาท่าเรือ แต่ต่อมาในปีเดียวกันนี้เอง ก็ได้ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อทีมอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้กลับมาใช้ชื่อเดิม นั่นคือ สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี และใช้ต่อมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

ผลงานของสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี มีดังนี้

  1. เป็นทีมที่มีอันดับสูงสุดอันดับ 2 ในไทยลีก ฤดูกาล 2542
  2. ชนะเลิศรายการ เอฟเอคัพ ในปี 2552
  3. ชนะเลิศรายการ โตโยต้า ลีกคัพ ในปี 2553
  4. ชนะเลิศรายการ ควีนส์คัพ ในปี 2520, 2521, 2522, 2523, 2530, 2536
  5. ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ก. ในปี 2511, 2515, 2517, 2519, 2521, 2522, 2528, 2533
  6. ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ข. ในปี 2513, 2519, 2522, 2526, 2535
  7. ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ค. ในปี 2512, 2517, 2520, 2521
  8. ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ง. ในปี 2510, 2511, 2512

นอกจากนี้สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ยังสามารถทำผลงานในระดับเอเชีย ได้ ดังนี้

  1. สามารถเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ในการแข่งขัน เอเชียนแชมเปียนส์คัพ ในฤดูกาล 1991 และ 1992
  2. สามารถเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ในการแข่งขัน เอเอฟซีคัพ ในฤดูกาล 2010

ประวัติสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าซ

สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าซ ปัจจุบันได้เล่นอยู่ใน ไทยพรีเมียร์ลีก มี บริษัท บีจีเอฟซีสปอร์ต จำกัด เป็นเจ้าของ มี คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี เป็นประธานสโมสร และคุณ อนุรักษ์ ศรีเกิด เป็นผู้จัดการทีม นอกจากนี้สโมสรยังได้เลือก ออเรลิโอ วิดมาร์ มาเป็นผู้ฝึกสอนให้กับสโมสรบางกอกกล๊าซ ด้วย สโมสรบางกอกกล๊าซ ได้เริ่มต้นขึ้นจากการที่พนักงานในโรงงานบางกอกกล๊าซรวมตัวขึ้น ในปี พ.ศ.2522 และต่อมาได้ลงแข่งขันในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดปทุมธานี ในช่วงปี พ.ศ. 2532 และได้ลงแข่งขันมาเรื่อยๆ จนเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป

ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 คณะผู้บริหารและพนักงานได้รวมตัวกันจัดตั้งชมรมฟุตบอลขึ้น และเมื่อชมรมมีความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้ง อุปกรณ์ และสนามแล้ว จึงได้เริ่มก่อตั้งสโมสรฟุตบอลขึ้นในปี พ.ศ. 2549 และได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในปีนี้ด้วยเช่นกัน

สโมสรได้เข้าร่วมแข่งขันครั้งแรกในรายการ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง. ในฤดูกาล 2550-2551 ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้สโมสรได้ตำแหน่งรองแชมป์ และได้สิทธิ์เข้าไปเล่นฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ค. ในปีต่อมา ในช่วงเดือน มกราคม พ.ศ. 2552 สโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงไทย ได้ประกาศยุบทีม และสโมสรบางกอกกล๊าซ ได้ตัดสินใจเทคโอเวอร์ สโมสรธนาคารกรุงไทย และได้ลงแข่งใน ไทยพรีเมียร์ลีก แทนที่สโมสรธนาคารกรุงไทย ซึ่งผลการแข่งขัน สโมสรบางกอกกล๊าซได้เป็นทีมอันดับ 3 ใน ไทยพรีเมียร์ลีก

ปี พ.ศ. 2553 สโมสรได้ส่งทีมเข้าแข่งขันในรายการ ฟุตบอลควีนสคัพ และสามารถคว้าแชมป์ในรายการนี้ได้สำเร็จ นอกจากนี้ สโมสรยังได้ส่งทีมเข้าแข่งขันรายการ สิงคโปร์คัพ และก็สามารถคว้าแชมป์สิงคโปร์คัพ 2010 ได้อีกด้วย

ผลงานของสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าซในการแข่งขันฟุตบอลถ้วย มีดังนี้

  1. ปี พ.ศ. 2552 ทีมสามารถเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ในรายการ เอฟเอคัพ
  2. ปี พ.ศ. 2553 ทีมสามารถเข้ารอบ 3 ในรายการ เอฟเอคัพ และได้เข้ารอบ 8 ทีม ในรายการ ลีกคัพ
  3. ปี พ.ศ. 2554 สามารถเข้ารอบ 4 ในรายการ เอฟเอคัพ และเข้ารอบ 32 ทีม ในรายการ ลีกคัพ
  4. ปี พ.ศ. 2555 สามารถเข้ารอบรองชนะเลิศ ในรายการ เอฟเอคัพ และเข้ารอบรองชนะเลิศ ในรายการ ลีกคัพ
  5. ปี พ.ศ. 2556 สามารถเข้ารอบรองชนะเลิศ ในรายการ เอฟเอคัพ และเข้ารอบ 64 ทีม ในรายการ ลีกคัพ
  6. ปี พ.ศ. 2557 สามารถชนะเลิศรายการ เอฟเอคัพ และเข้ารอบ 8 ทีม ในรายการ ลีกคัพ
  7. ปี พ.ศ. 2558 ได้เข้ารอบรองชนะเลิศ ในรายการ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. , เข้ารอบ 16 ทีม ในรายการ เอฟเอคัพ, เข้ารอบ 16 ทีม ในรายการ ลีกคัพ และเข้ารอบคัดเลือกรอบ 3 ในรายการ เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก

สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าซยังมีผลงานในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยนอกประเทศ ดังนี้

  1. ปี พ.ศ. 2553 สามารถชนะเลิศ ในรายการ สิงคโปร์คัพ
  2. ปี พ.ศ. 2552 ได้เป็นทีมรองชนะเลิศในรายการ สิงคโปร์คัพ